
หลายคนเคยมีความรู้สึกถึงอารมณ์ที่ดีสุดๆ หรือเเบบรู้ฟินมากๆ กับการที่เราได้หรือทำอะไรสำเร็จสักอย่าง ความปิติยินดี ความประสบความสำเร็จหรือได้ในสิ่งที่เราต้องการ ชื่อเสียงเกียรติยศ เงินทอง หน้าที่การงาน อารมณ์ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบของสารเคมีในสมองที่เรียกว่า”โดพามีน” ทั้งสิ้น โดพามีนยังถือว่าเป็นความสุขขั้นสูงที่สุดของทฤษฎี 3 ขั้น ของหนังสือพีระมิด 3 สุข ฟังดูดีใช่ไหมครับ เเละหลายคนคงคิดว่าความสุขที่ว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราทุกคนได้อย่างถาวรมั่นคงได้อย่างไร? วันนี้ผมจะมาสรุปความสุขที่ว่านี้กันครับ
ลักษณะของความสุขเเเบบโดพามีน
- ความสำเร็จ : การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ลดน้ำหนักได้สำเร็จ ความสำเร็จในสังคม
- พลังใจ : บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เเรงบัลดาลใจ การได้รับโบนัส หรือรางวัลต่างๆ
- การศึกหาความรู้ พัฒนาตนเอง : การเรียนรู้ พัฒนาตนเอง
- การเป็นที่ยอมรับ : ได้รับคำติชมด้านบวก
- ความรื่นรมย์ : ปรารถณาที่จะได้สิ่งของ เงิน ทอง ชื่อเสียง อาหาร ความบันเทิง
การจะได้ความสุขเเบบโดพามีน (มีราคาที่ต้องจ่าย)
เมื่อเรามีความต้องการสิ่งใดเราต้องลงมือทำพร้อมกับใส่ความพยายาม เพราะเมื่อเราไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความอดทนเเละความมีวินัย สิ่งที่เราคาดหวังเเละต้องการคงจะไม่เกิดผลดังที่เราตั้งใจที่จะได้รับมันมา เเละเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เหล่านั้นมาเราต้องอุทิศเเรงกายเเรงใจเเละเวลา ทั้งนี้“การที่เราจะได้รับความสุขเเบบโดพามีน มันก็ต้องเเลกกับราคาที่เราต้องจ่าย” ความหมายคือการที่จะต้องการมีความสุขเเบบโดพามีนเป็นสิ่งที่เรียกว่าอยากลำบาก เเละเมื่อได้รับมันมาจึงหมายถึงการได้รับความสุขที่ยิ่งใหญ่
อีกเเง่มุมมุนหนึ่งของสารเคมีโดพามีนยังเป็นสารเสพติดที่ต้องการ “ขออีก ขออีก” ให้ลองสั่งเกตตัวเราว่าถ้าเมื่อได้สิ่งที่ต้องการเเล้วยังมีความปรารถที่เรายังอยากได้สิ่งนั้นอีกก็แปลได้ว่า สารโดพามีนกำลังหลั่งออกมา
- ได้ดูซีรีย์เเละสนุกมากต้องการดูตอนต่อไป
- ช็อคโกเเลตชิ้นนี้กินแล้วรู้สึกฟินมาก อยากกินอีก
- เกมนี้เล่นเเล้วสนมุกมาก อยากเล่นอีก
- โพสรูปส่งโซเชียลมีเดียเเล้วมีคนมีกดไลค์ เเชร์ หรือคอมเมนต์เยอะมาก รู้สึกมีความสุข โพสต์ต่อไปขอมากว่านี้นะ
โดพามีนหลั่งมากเกินไปทำให้เกิดอาการเสพติด
ความสนุกสนานเเละความเพลิดเพลินผสมรวมกัน ขออีก ขออีก เป็นสิ่งที่เเสดงชัดเจนว่าสารโดพามีนกำลังหลั่งนั่นเอง เเม้ความสุขเเบบโดพามีนจะเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง เเต่เหรียญย่อมมีสองด้านเพราะยังมีวิธีที่จะทำให้ความสุขเเบบโดพามีนหลั่งออกมาได้โดยง่ายๆ เเละมากเกินไปจึงเป็นสาเหตุของอาการเสพติดในที่สุด
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกาย เเค่นี้ก็สามารถทำให้สารโดพามีนหลั่งออกมาได้ง่ายๆ เเต่ทว่าตัวการสำคัญของสารโดพามีนที่ไม่รู้จักพอจึงทำให้เราต้องดื่มหนักขึ้นไปอีก ช่วงเเรกอาจจะดื่มเเค่ 1 เพราะเรารู้สึกถึงความสุขที่หลั่งออกมาได้ง่ายเเละมีปริมาณที่เยอะ ครั้งต่อไปเราก็มีเเนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนการดื่มขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉนั้นเราต้องค่อยควบคุมปริมาณการดื่มของเราให้คงที่อย่าให้มากจะเกินควรครับ หรือเป็นไปได้เลิกดื่มไปเลยเพราะสุขภาพที่ดีระยะยาวเป็นผลดีกว่าครับ
เวลาโดพามีหลั่งมากไปจะเป็นอย่างไร ?
เสพติดวัตถุ | กาเเฟอีน บุหรี่ เเอลกอฮอล์ ยา ข้าวของเครื่องใช้ |
เสพติดการกระทำ | ภาพยนต์ ชอปปิ้ง เกม สมาร์ตโฟน |
เสพติดความสัมพันกับผู้อื่น | ครอบครัว เพศตรงข้าม การทำร้ายร่างกาย ความรักไคร่ |
4 วิธีเข้าถึงโดพามีน

ก่อนที่เราจะไปเข้าถึงวิธีการเข้าถึงโดพามีนเราต้องมาทำความรู้จักมุมมองทั้งสองด้านของสารที่ว่านี้กันก่อน เราเคยสังเกตตัวเราไหมครับว่า เวลาที่เราทำกิจกรรมต่างๆ แล้วรู้สึกถึงการได้รับความสุข เเละเรารู้ไหมว่าความสุขที่เราได้สัมผัสนั้นมันเป็นความสุขที่เรียกว่า ความสุขด้านสว่างหรือความสุขด้านมืด สารโดพามีนสามารถเเบ่งออกได้เป็นสองด้านด้วยกัน คือมีทั้งด้านสว่างเเละก็ด้านมืด เรามีดูกันครับว่ามันเเตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่เราจะได้คอยเอาไว้สังเกตตัวเองเวลาเรารู้สึกถึงอารมณ์ที่ได้รับนั้น
ด้านสว่าง
โดพามีนเป็นตัวช่วยที่ที่ส่งเสริมการพัฒนาตนเอง ความรู้สึกอารมณที่เราทำสิ่งๆ นั้นได้เเล้วความรูสึกเเบบนี้จึงอยากให้เราอยากทำสิ่งนั้นประสบความความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ
- อยากทำสิ่งท้าทาย
- ทำโจทย์ที่ยากขึ้นไปอีก
- สร้างผลงานเพื่อขึ้น
ด้านมืด
ด้านนี้เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุของความเสพติด ให้สักเกตุอาการง่ายๆ เลยครับว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นเรื่องที่ง่ายๆ ยิ่งสารโดพามีนหลั่งออกมาเท่าไรยิ่งดีเป็นอารมณ์ที่อยาก ขออีก ขออีก เช่น
- การติดเกมเล่นเเล้วอยากเล่นอีกจนเพลิน
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์จนเกิดอาการติด
- ติดการเล่นพนันจนเรียกว่าผีพนันเข้าสิ่ง
ซาบซึงใจกับเงินทองเเละสิ่งของ
คนเราส่วนใหญ่คิดว่าถ้ามีเงินทองเเละสิ่งของมากมายจะทำให้มีความสุข เเต่ความเป็นไม่เป็นอย่างที่เราคิดกันเพราะ การมีสุขภาพดี มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เป็นสิ่งที่เรียกความสุขที่เเท้จริงมากว่า เราให้เราจิตนาการว่าถ้าเรามีเงินมากมายเเต่เราสุขภาพไม่ดี เเละความสัมพันธ์กับคนอื่นเเย่ สุดท้ายเเล้วจะหาความสุขได้จากที่ใด เอาเงินที่มีซื้อความสุขหรือ ซื้อได้บางอย่างเเละบ้างสิ่งเเต่มันจะเป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน (สุขชั่วคราว)
วิธีมีความสุขด้วยเงินทอง
“รู้สึกถึงซาบซึงใจกับคุณค่าเวลาเราจ่ายเงิน เเละเงินนั้นจะจะกลับคืนมา
” ในหนังสือที่ชื่อว่า happy Money เขียนโดยคุณฮอนดะ เคน บอกวิธีการมีความสุขด้วยเงินทองไว้ได้อย่างเลยที่ดีครับ มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือที่เพียงเเค่เรารู้สึกถึงความซาบซึ่งเเละเงินจะกลับคืนมา ลองสังเกตหนังสือที่เกี่ยวกับการเงินดูก็ได้ครับเเนวคิดของหนังสือ “เงินจะชอบคนที่มีความซาบซึงใจกับมัน รู้สึกว่าเงินมีคุณค่า ” เพราะฉนั้นเวลาเมื่อเราใช้จ่ายซื้อสิ่งของเราควรซื้อในสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าของเงินทุกครั้งที่จ่ายไป เเล้วเงินนั้นอาจกลับมาหาเราอย่างที่ไม่คาดคิดก็เป็นได้ครับ
สัมผัสถึงการพัฒนาตนเองในทุกวัน
ในโลกทุกวันนี้ความรู้เกิดขึ้นใหม่ทุกเวลาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นความรู้เก่าที่คนที่ผ่านเเละมีประสบการณ์ได้ศึกษาเเละพัฒนาจนตนเองประสบความสำเร็จมาเเล้วนำมาเขียน สอน เเนะนำให้กับคนที่ต้องการอยากจะพัฒนาตนเองเพื่อประสบความสำเร็จให้ได้เหมือนกับคนเหล่านั้น
เรายังจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองอยู่ไหม ?
ต้องขอบอกว่าการพัฒนาตนเองเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน สำหรับผมเเล้ว นิยามของคำว่า”การพัฒนาตนเอง คือการทำสิ่งที่เมื่อวานเราอาจจะยังทำไม่สำเร็จ หรือรู้ในสิ่งที่เมื่อวานยังไม่รู้ ขึ้นมาได้” เหมือนกับการอ่านหนังสือเล่นหนึ่ง เเล้วเราได้เรียนรู้ความรู้จากหนังสือเล่มนั้นเพราะเราไม่เคยรู้เรื่องราวเหล่านั้นมาก่อน เพียงเท่านี้ก็เป็นการพัฒนาตนเองเเล้ว
คนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าการพัฒนาตนเองจะต้องมีความยิ่งใหญ่ เเละสิ่งที่ได้รับมาจากความมุมานะพากเพียรพยามยามทุ่มเท่เเรงกายเวลาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เเละสมองก็จะคิดถึงว่าการ “พัฒนาตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก” จึงทำให้เกิดความคิดเราไม่เห็นต้องพัฒนาตนเองเลยอยู่แบบนี้อย่างที่เป็นอยู่เเบบนี้ก็ดีอยู่เเล้ว
คนที่พัฒนาตนเอง กับ คนที่ไม่พัฒนาตนเอง (ความรู้สึก)
คนที่พัฒนาตนเอง : จะรับรู้ถึงการพัฒนาเล็กน้อยๆ อย่างชัดเจนว่าวันนี้เราได้พัฒนาไปแล้ว หรือ เราทำได้เเล้ว เช่น
- การทำงาน
- การเรียน
- อ่านหนังสือ
- ออกกำลังกาย
ไม่ว่าเรื่องไหนถ้าเรามองเห็นการพัฒนาตนเองจะเกิดรู้สึกสนุกเเละคิดจะพยามทำต่อไปให้สำเร็จ ทำสิ่งเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง
คนไม่ยอมพัฒนาตนเอง : คนกลุ่มนี้จะเพ่งความสนใจเเต่เรื่องทุกข์ยากหรือความลำบาก ไม่มีเเรงบรรดาลใจ สมองคิดเพียงเเต่เรื่องลบๆ เราอุตส่าห์ทำขนาดนี้แล้วทำไม่ประสบผลสำเร็จสักที ไม่เห็นได้ผลอะไรเลย สุดท้ายคนเหล่านี้ก็จะล้มเลิกความตั้งใจไปกลางคันเสียอย่างนั้นไป
สิ่งสำคัญ ระหว่างคนสองประเภทนี้เเม้จะมีความพยาม เเละความมุมมานะ เเบบเดียวกัน เเต่มีจุดตัดที่ “วิธีคิด Mindset” เเตกต่างกัน
ออกจากคอมฟอร์ตโซน
เมื่อเรารู้สึกดีกับที่ ที่เราคุ้นเคย ไม่อยากทำเรื่องทีท้าทาย ขออยู่เเบบนี้ดีกว่าปลอดภัยกว่า เหมือนนกน้อยทำรังเเต่พอตัว สิ่งเหล่านี้เป็นตัวฉุดรั้งให้เราไม่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน เพราะฉนั้นถ้าเราอยากได้ความสุขเเบบ โดพามีน เราควรทำเรื่องที่มันท้าทาย ทำเรื่องที่เราไม่เคยทำ เปลี่ยนสถานที่เดิมที่เราอยู่ เเละการออกจากคอมฟอร์ตจะนำเราไปสู่การพัฒนาตนเองนั้นเองครับ
กลัวความท้าทายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว
ถ้าจะบอกว่าคนเราก็ล้วนมีพันธุกรรมของสายพันธ์สัตว์ที่เรียกว่า “โฮโมเซเปียนส์” ซึ่งหมายถึงเราก็มียีนของสัตว์ เเละสำหรับหรับสัตว์เเล้วคอมฟอร์ตโซนหมายถึง “อาณาเขต” เมื่อวันใดเราออกจากอาณาเขต สมองก็จะคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าข้างนอกนั้นจะมีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเราหรือเปล่า ศัตรูภายนอกที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรจะเข้ามาจู่โจมเราอย่างเเน่นอน เเล้วสายพันธ์ของเราก็มียีนต์ส่งต่อจากยุคดึกดำบรรพ์ว่า ถ้าออกจากคอมฟอร์ตเราอาจไม่ปลอดภัยก็เป็นได้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิดเลย
เเต่หารู้ไม่ครับนอกคอมฟอร์ตโซนนั้นมีสิ่งดีๆ โอกาศดีๆ ซ่อนอยู่มากมาย เพียงเเต่ให้เราคิดในเเง่บวกเเล้วลองสลัดทิ้งความคิดเดิมๆ เเล้วก้าวเดินออกไปสู่สิ่งที่จะทำให้เราเติบโตขึ้น มีความสุขมากขึ้น ทำสิ่งที่ท้าทายในชีวิต เพียงเท่านี้เราก็ถือว่าได้ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนที่จำกัดความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเราเเล้วล่ะครับ
การให้
คนที่เป็นฝ่ายให้ จะไม่ประสบความสำเร็จจริงหรือ?
เป็นคำถามที่อาจจะขัดกับความรู้สึกของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว ทำไมผู้ที่เเบ่งบันให้ผู้อื่นถึงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งๆที่พวกเขาเหล่านั้น ยอมอุทิศเเรงกายใจที่จะมอบสิ่งดีๆ เพื่อคนอื่นมีหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับการเป็นผู้ให้เเล้วผู้รับ (Give and Take) ของอดัม เเกรนต์ เขียนในหนังสือของเขาว่า “การให้ไม่ได้หมายถึงการให้เเบบเสียสละเเบบอุทิศตน เเต่จะเเสวงหากำไรให้กับตนเองก็ย่อมได้” เเละเขายังเเบ่งคนในโลกนี้ออกเป็น 3 ประเภทดังนี้
- ผู้ให้ (Giver)
- ผู้ชั่งคิด (Matccher)
- ผู้รับ (Taker)
ผู้ให้ในที่นี้ยังถูกออกแบบเป็นสองประเภท คนที่ประสบความสำเร็จก็คือผู้ให้ ส่วนคนที่ล้มเหลวก็ยังเป็นผู้ให้อีกเช่นกัน ทำไม่ถึงเป็นเช่นนั้นกันล่ะ? เพราะเหตุผลมีผู้ให้เเบบ “ให้เเบบคิดถึงคนอื่น” เเละ “ให้ทุ่มเทเเบบเสียสละตน“มากจนเกิดไปสุดท้ายจะกลายเป็นคนหมดไฟไปโดยปริยาย สรุปแล้วผู้ให้ที่กล่าวมาประเภทไหนกันนะ คือผู้ให้ที่จะประสบความสำเร็จ นั้นก็คือ ให้ไปแล้วได้รับคืน ถึงเเม้จะให้มากกว่ารับ เเต่สิ่งสำคัญคือ “ไม่มองข้ามประโยนช์ของตนเอง” สิ่งนี้เเหล่ะครับคือผู้ให้ที่จะประสบความสำเร็จที่เเท้จริง
สรุป
ความสุขที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่มาได้อย่างอยากเย็น อาจจะเป็นความสุขเล็กๆ อาจจะเป็นเรื่องการเขียนบันทึกก่อนนอนทุกวัน ที่ผมได้เคยเขียนไว้เรื่องบันทึกเชิงบวกก่อนนอนทุกวันก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นสร้างความสุขเล็ก ๆ ก่อนที่เราจะขยับระดับขั้นเพื่อเพิ่มความสุขที่ยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน เเละเเก่นเเท้ของความสุขทั้ง 3 ด้านที่สำคัญของคนเรา คือ สุขภาพ ความผูกพันธ์ เเละความสำเร็จ ทั้งหมดนี้คือจุดเชื่อมโยงของสิ่งที่เราเรียกว่า “พีระมิด 3 สุข” ครับ